ลาบเหนือ

เมนูลาบนั้นไม่ได้มีเฉพาะในภาคอีสานอย่างเดียว ภาคเหนือก็มีการทำเมนูลาบต่างๆเช่นกัน ซึ่งวิธีการทำก็ไม่แตกต่างอะไรมากนัก ลาบเหนือถือว่าเป็นเมนูหนึ่งที่นิยมทำในโอกาสพิเศสต่างๆเช่น งานบุญ, งานแต่ง, งานมงคลต่างๆ หรือแม้แต่ประกอบอาหารทานกันในครอบครัว ลาบเหนือนั้นส่วนมากจะมีกลิ่นของสมุนไพร รวมถึงกลิ่นของพริกแห้ง รวมถึงรสชาติซึ่งลาบเหนือรสชาติจะอ่อนกว่า ขณะที่ลาบของภาคอีสานนั้นรสชาติที่เผ็ดและเค็มอมเปรี้ยวหน่อยๆ ลาบเหนือมีความคล้ายกันกับภาคอีสานคือ สามารถทานสดๆได้ แต่ส่วนใหญ่จะไม่นิยมทานเพราะอาจเป็นอันตรายกับร่างกายได้ ส่วนใหญ่จะนำเนื้อสัตว์มาปรุงสุกก่อนโดยการนำมาคั่วกับน้ำมันพืชเล็กน้อย ใช้ไฟอ่อนๆ ไม่ได้ลวกเหมือนกับลาบภาคอีสาน วัตถุดิบการทำลาบเหนือ – เนื้อไก่, เนื้อหมู หรือ เนื้อวัว – น้ำต้มกะปิ – หนังไก่ทอดกรอบ หรือ กากหมู – เลือดไก่ หรือ เลือดหมู – ผักชี – ต้นหอม และ กระเทียมเจียว – ผักไผ่ – พริกลาบ และเกลือป่น วิธีการทำ –  นำเนื้อสัตว์ที่เตรียมไว้มาสับละเอียด จากนั้นนำมาคั่วในกระทะน้ำมันเล็กน้อยจนสุก ควรใส่เกลือเล็กน้อยเพื่อลดความคาว – เตรียมเลือดไก่ หรือ หมู นำไปปรุงสุกหั่นเป็นชิ้นเล็กๆเตรียมไว้…

Read more ลาบเหนือ

น้ำพริกแมงจอน เมนูแมลงพื้นบ้านภาคเหนือ

น้ำพริก ถือว่าเป็นเมนูอาหารที่นิยมอย่างหนึ่งทางภาคเหนือโดยมากชาวบ้านจะนิยมทำน้ำพริกต่างๆคู่กับผักลวกหรือผักสดในการนำมาทาน เช่นทำไปทานที่ทุ่งนาหลังจากทำเกษตร ทำนา น้ำพริกนั้นทำง่าย ไม่ยุ่งยาก และสามารถเก็บไว้ได้นาน น้ำพริกแมงจอน เป็นอีกหนึ่งเมนูทางภาคเหนือที่นำมาทานกัน แมลงจอนนั้นเป็นแมลงชนิดหนึ่งจำพวกด้วง, จิ้งหรีด มีการนำมาประกอบอาหารเช่น การนำมาคั่ว, นำมาทำเป็นน้ำพริก ส่วนใครที่ชอบทานแมลงและอยากหาแมลงจอนนั้นคงต้องเดินทางขึ้นภาคเหนือเพื่อหาซื้อแมลงจอนมาทำ ซึ่งเป็นเมนูเฉพาะที่ไม่มีทั่วไป โดยรสชาติจะออกมันของแมลงจอน, และรสเผ็ดของพริก ส่วนใหญ่จะนำพริกชี้ฟ้ามาทำน้ำพริก วัตถุดิบในการประกอบอาหาร – แมลงจอน – พริกหนุ่มย่างไฟพอประมาณ – หอมแดงย่างไฟพอประมาณ – กระเทียมย่างไฟพอประมาณ – กระเทียมสับ – น้ำมันพืช วิธีทำ – นำกระเทียมสับใส่กระทะในน้ำมัน ใช้ไฟอ่อนถึงปานกลาง จากนั้นก็นำแมลงจอนลงไปคั่วจนหอม จากนั้นนำขึ้นพักไว้ – น้ำพริกหนุ่มย่าง, หอมแดงย่าง, กระเทียมย่าง และเกลือ โขลกรวมกันจนละเอียด – หลังจากโขลกส่วนผสมเรียบร้อยแล้ว นำแมลงจอนใส่ลงไปพอประมาณและโขลกให้เข้ากันอีกครั้ง – จากนั้นตักใส่ถ้วย แต่งหน้าด้วยแมลงจอน เคล็ดลับ ไม่ควรทิ้งแมลงจอนค้างคืนจะทำให้แมลงไม่สด และการคั่วนั้นควรใส่เกลือด้วยเพื่อลดกลิ่นคาวของแมลง รวมถึง การนำแมลงจอนมาประกอบอาหารควรเลือกตัวที่แข็งจะได้รสชาติกว่า…

Read more น้ำพริกแมงจอน เมนูแมลงพื้นบ้านภาคเหนือ

แกงเผ็ดยอดมะพร้าวอ่อน อาหารเผ็ดแห่งล้านนา

อาหารเหนือส่วนใหญ่จะเน้นที่ผักพื้นบ้านต่างๆ และรสชาติที่ออกหวานนิดๆ และรสเผ็ดอ่อนๆ หากอาหารเหนือที่มีรสเผ็ดนั้นคือ แกงเผ็ดยอดมะพร้าวอ่อน ซึ่งเป็นอาหารเหนืออีกอย่างหนึ่งที่ขึ้นชื่อเรื่องความเผ็ดร้อน เข้าถึงเครื่องพริกแกงต่างๆได้อย่างดี แกงเผ็ดยอดมะพร้าวอ่อน หรือ ภาษาเหนือเรียกว่า แกงออกป๊าว เป็นแกงที่นำวัตถุดิบจากธรรมชาติ ทั้งเครื่องแกง ผักสวนครัวต่างๆ ส่วนใหญ่นิยมนำมาใส่กับเนื้อไก่ หรือกระดูกหมูอ่อน เพิ่มยอดมะพร้าวอ่อนมีรสชาติที่อร่อย วัตถุดิบที่นำมาประกอบอาหาร – ยอดมะพร้าวอ่อน – เนื้อไก่ หรือกระดูกหมูอ่อน -ใบมะกรูดซอย – ผักชีซอย, หอมซอย, น้ำมันพืช วัตถุดิบทำเครื่องแกง – พริกแห้ง, หอมแดง, กระเทียม, ตะไคร้ซอย, ข่าซอย, กะปิ, เกลือ นำวัตถุดิบต่างๆโขลกให้เข้ากันจนละเอียด – ระหว่างโขลกเครื่องแกง ต้มน้ำซุปด้วยกระดูกอ่อนเพื่อใช้เป็นน้ำแกง วิธีทำ – โขลกเครื่องพริกแกง รวมกันจนละเอียด จากนั้นนำมาผัดกับน้ำมันควรใช้ไฟอ่อนๆจะทำให้เครื่องแกงไหม้ได้หลังจากผัดจนมีกลิ่นหอมแล้ว นำเนื้อไก่หั่นผัดกับเครื่องแกงใช้ไฟปานกลาง – เติมน้ำซุปที่ต้มไว้และเคี่ยวจนไก่นุ่มสุกนิ่ม ไม่ควรให้เนื้อไก่สุกเกินไปจนทำให้เนื้อไก่แข็งและไม่อร่อย จากนั้นใส่ยอดมะพร้าวอ่อนลงไป ต้มต่อจนรู้สึกมะพร้าวอ่อนนิ่ม – ชิมรสชาติและปรุงรสตามชอบ จากนั้นนำใส่ถ้วยโรยด้วยใบมะกรูดซอย…

Read more แกงเผ็ดยอดมะพร้าวอ่อน อาหารเผ็ดแห่งล้านนา

ฝักแม้ว สรรพพัดประโยชน์ของอาหาร

ฝักแม้ว หรือ มะระหวาน เป็นผักชนิดหนึ่งที่คนทางภาคเหนือนิยมนำมาประกอบอาหารซึ่งทำง่ายและสะดวก มะระหวานนั้นมีขายทั่วไปตามท้องตลาดและซุปเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งเป็นผักของโครงการหลวง เดิมทีมะระหวานนั้นไม่ใช่พืชเมืองเหนือซะทีเดียว มันมีถิ่นกำเนิดทางตอนใต้ของประเทศเม็กซิโก และอเมริกากลาง คาดว่ามีการนำเข้ามาปลูกในประเทศไทยในช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 – รัชกาลที่ 6 เนื่องจากเป็นพืชเมืองร้อนทำให้ฝักแม้วหรือมะระหวานเติบโตได้ดี ชาวเหนือนิยมมาประกอบอาหาร ซึ่งสามารถนำยอดและลูกของฝักแม้วมาประกอบอาหารได้ ยอดฝักแม้วนั้นนำมาผัดกับน้ำมันหอยได้รสชาติที่กลมกล่อม ซึ่งความหวานนั้นได้จากยอดฝักแม้วนั่นเอง ซึ่งยอดนั้นจะเมื่อกัดเข้าไปแล้วจะรู้สึกกรอบๆ หวานๆ อร่อย ส่วนฝักแม้วนั้นสามารถนำมาประกอบอาหารโดยการ ผัดฝักแม้ว แต่ก่อนนำมาผัดนั้นควรนำฝักแม้วมาล้างเอายางออกก่อนและควรลวกให้สะเด็ดน้ำ เวลาผัดนั้นฝักแม้วก็จะสุกพอดี ฝักแม้วเป็นผักที่มีประโยชน์มาก ช่วยบำรุงเรื่องของความดันโลหิตสูง ยอดของฝักแม้วนั้นช่วยให้ขับถ่ายสะดวกขึ้น สามารถป้องกันอาการท้องผูกได้อย่างดีอีกทั้งในส่วนของผลฝักนั้นช่วยบำรุงหัวใจและหลอดเลือดได้นอกจากนี้ฝักแม้วนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก ซึ่งช่วยในการป้องกันเซลล์มะเร็งได้ นอกจากนี้ยังช่วยในเรื่องของรอยเหี่ยวย่นต่างๆได้ด้วย ปัจจุบันฝักแม้วนั้นถือว่ามีให้เลือกซื้อได้ทั่วไป และการประกอบอาหารนั้นไม่ยุ่งยากเลย ทำได้ง่ายและมีประโยชน์อย่างมากทีเดียว

ไส้อั่ว อาหารเหนือเลิศรส

  ไส้อั่วถือเป็นอาหารพื้นบ้านของชาวเหนือหรือชาวล้านนามาช้านาน การทำไส้อั่วถือว่าเป็นการถนอมอาหารอย่างหนึ่งซึ่งเมื่อในอดีต ชาวเหนือจะมีการล้มวัว หมู ล้มควายเพื่อทำอาหารในงานเทศกาลพื้นเมืองต่างๆเป็นจำนวนมากทำให้เนื้อเหล่านั้นเหลือเยอะ บางทีก็นำมากินไม่ทัน เน่าเสียกันไป ดังนั้นจึงเกิดแนวคิดในการนำเนื้อที่เหลือมาถนอมอาหารเพื่อให้อยู่ได้นานยิ่งขึ้นโดยการตากแห้งหรือย่างไฟ และการทำไส้อั่ว อั่ว เป็นคำของภาษาล้านนา มีความหมายว่า แทรก หรือยัดไว้ตรงกลาง ไส้อั่ว จึงหมายถึง การนำวัตถุดิบมายัดไว้ ซึ่งชาวล้านนานิยมใช้ไส้หมู และเนื้อหมูมาทำนั่นเอง  ไส้อั่วที่มีชื่อเสียง จะอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งถือว่าเป็นของดั้งเดิมที่สืบทอดกันมา ดังนั้นหากใครไปเที่ยวที่เชียงใหม่ ของฝากที่จะขาดไม่ได้คือไส้อั่ว ไม่ว่าจะนำมาย่างหรือทอด กินแกล้มกับผักกะหล่ำปลีหรือขิงดองก็อร่อยไม่แพ้กัน ส่วนประกอบและวิธีการทำไส้อั่ว 1.หมูสันคอ บดละเอียด    2.ไส้หมู(เลือกขนาดเล็ก ล้างให้สะอาดด้วยน้ำและน้ำส้มสายชู)   3.พริกแห้ง 4.รากผักชี   5.ผิวมะกรูดหั่นละเอียด    6.ใบมะกรูดหั่นฝอย   7.ตะไคร้หั่นฝอย  8.หอมแดง   9.กระเทียม 10.กะปิ    11.เกลือ วิธีการทำ 1.นำเครื่องแกง เช่น พริกแห้ง รากผักชี ผิวมะกรูดหั่นละเอียด  ตะไคร้หั่นฝอย หอมแดง กระเทียม กะปิ และเกลือ นำมาโขกให้ละเอียดและรวมเป็นเนื้อเดียวกัน 2.ผสมเครื่องแกงกับเนื้อหมูบด จากนั้นคลุกเคล้าให้เข้ากัน…

Read more ไส้อั่ว อาหารเหนือเลิศรส

น้ำพริกหนุ่ม ของดีแห่งเมืองล้านนา

  น้ำพริกหนุ่มเป็นอาหารที่กินง่ายและมีรสชาติไม่เผ็ดเหมือนน้ำพริกอื่นๆ ชาวล้านนานิยมรับประทานเคียงกับแคปหมูและผักพื้นเมืองต่างๆ น้ำพริกหนุ่ม ทำมาจากพริกที่มีชื่อพันธุ์ว่า พันธุ์หนุ่ม ไม่ใช่ทำจากพริกที่ยังไม่แก่ พริกพันธุ์นี้จะมีความเผ็ดน้อยกว่าพริกขี้หนู และมีสีเขียวสด และมีสรรพคุณทางยาช่วยในเรื่องการขับลมและช่วยย่อยอาหาร ยิ่งกินกับพืชผักด้วยแล้วก็จะยิ่งเพิ่มคุณค่าประโยชน์ให้กับร่างกายอีกด้วย ส่วนประกอบและวิธีการทำน้ำพริกหนุ่ม 1.พริกหนุ่ม  2.หอมแดง  3.กระเทียมกลีบใหญ่  4.เกลือ  5.น้ำปลา  6.น้ำมะนาว  7.ผักชีซอย  8.ต้นหอมซอย นอกจากนี้เรายังสามารถหาเครื่องเคียงต่างๆมากินคู่กับน้ำพริกหนุ่มได้ดังนี้ แคบหมู  ไข่ต้มยางมะตูมแนะนำให้ใช่ไข่เป็ด เพราะจะได้ไข่แดงใหญ่น่ากิน วิธีการต้มยางมะตูมคือ ตั้งน้ำรอจนเดือด จากนั้นจึงใส่ไข่ลงไปต้ม จับเวลาหลังจากใส่ไข่ไปอีกประมาณ 7-8 นาที แล้วรีบนำขึ้นมาใส่น้ำเย็น รอสักครู่ ก็จะได้ไข่ยางมะตูมไข่แดงเยิ้มๆน่ากินแล้ว  นอกจากนี้ยังมีเครื่องเคียงเป็นผักต่างๆเช่น ถั่วฝักยาว กระถิน มะเขือเปราะ มะเขือยาว แตงกวา หรือผักพื้อนเมืองที่หาได้ วิธีการทำน้ำพริกหนุ่ม 1.ย่างพริกหนุ่ม กระเทียม หอมแดง เมื่อเปลือกเริ่มเกรียมนิดหน่อยแล้วให้ลอกเปลือกออก เพราะถ้าไม่ลอกออก น้ำพริกจะดูไม่น่ารับประทาน 2.นำพริกกระเทียมที่ย่างไฟและนำมาลอกเปลือกออกแล้ว มาโขลกให้เข้ากันจนละเอียดที่สุด จากนั้นจึงใส่พริมหนุ่มย่างไฟลอกเปลือกตามลงไป ขั้นตอนนี้ให้โขลกพริกหนุ่มพอหยาบๆไม่ต้องละเอียดมาก 3.ปรุงรสได้ตามใขชอบ โดยการใส่น้ำปลา น้ำมะนาว และชิมให้ออกเค็มนำ…

Read more น้ำพริกหนุ่ม ของดีแห่งเมืองล้านนา

ตำขนุน ลำขนาดขาดไม่ได้อาหารสไตล์ล้านนา

  ตำขนุน คืออาหารรสเลิศที่ชาวล้านนารับประทานกันมาอย่างช้านาน โดยมีชื่อเรียกทางภาษาล้านนาว่า ตำบ่าหนุน ซึ่งเป็นการเอาขนุนอ่อนๆไม่ใช่เนื้อขนุนที่สุกเหลืองตามปกติที่เรากินกันทั่วไป มาประกอบอาหาร ซึ่งถือว่าเป็นอาหารล้านนาที่ได้รับความนิยมมากตั้งแต่สมัยก่อนจนถึงปัจจุบัน  กรรมวิธีก็คือเอาขนุมอ่อนมาต้มจนเปื่อยก่อนจากนั้นจึงจะนำไปทำวิธีต่างๆ  วิธีการทำก็แสนง่าย มีดังนี้ ส่วนประกอบและวิธีการทำ 1.ขนุนอ่อนต้มสุก  2.เนื้อหมูสับ  3.ใบมะกรูด  4.กระเทียมสำหรับเจียว  5.ผักชีซอย  6.ต้นหอมซอย  7.พริกขี้หนูแห้งทอด  8.น้ำมันพืชเล็กน้อย  9.กระเทียมสับ  10.มะเขือเทศ ส่วนประกอบของเครื่องแกงตำขนุน 1.พริกขี้หนูแห้ง  2.กระเทียม  3.หอมแดง  4.ตะไคร้ซอย  5.กะปิ  6.ปลาร้าต้มสุก  7.น้ำปลาดี  8. วิธีการทำตำขนุน 1.โขลกส่วนผสมของเครื่องแกงทั้งหมดให้ละเอียดเข้ากันและพักเอาไว้ 2.นำขนุนที่ต้มสุกแล้วมาโขลกให้ละเอียด 3.ตั้งกะทะใส่น้ำมันรอให้ร้อน จากนั้นเจียวกระเทียมให้หอม และใส่เครื่องแกงที่โขลกไว้ลงไปผัดให้หอม เมื่อเครื่องแกงได้ที่แล้วจึงใส่หมูสับลงไปผัด จนหมูสุก 4.ใส่เยื้อขนุนออ่นโขลกลงไปผัดกะบพริกแกง ตามด้วยมะเขือเทศหั่น และมะกรูดฉีดใบลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากัน จึงเป็นอันเสร็จเรียบร้อย เสิร์ฟโดยใช้ต้นหอมผักชีโรยหน้า ตามด้วยพริกแห้งคั่ว กินพร้อมผักและข้าวสวย แต่คนล้านนามักจะนิยมกินคู่กับข้าวเหนียวร้อนๆ และแคบหมูกรอบๆ ยิ่งทำให้ชูรสอาหารมากยิ่งขึ้น

ข้าวซอยไก่ ก๋วยเตี๋ยวสไตล์ล้านนา

  ข้าวซอย แต่เดิมนั้นเป็นอาหารของชาวไทยใหญ่ หรือไทยเงี้ยว โดยจะใช้เส้นที่คล้ายกับบะหมี่เหลือง แต่มีลักษณะที่แบนและใหญ่กว่า ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะทางเหนือเท่านั้น  ส่วนน้ำแกงของข้าวซอยจะมีลักษณะคล้ายแกงมัสมั่นของภาคกลาง นิยมใส่น่องไก่ เนื้อลงไป  วิธีการทำก็จะค่อนข้างพิถีพิถัน เครื่องปรุงทั่วไปของข้าวซอย 1.น่องไก่ ใช้บริเวณส่วนสะโพก  2.ซีอิ้วขาว 3.หัวกะทิและหางกะทิ  4.เส้นข้าวซอยที่ลวกแล้วหรือจะเอามาทอดกรอบก็ได้ตามชอบ  5.ผักกาดดอง 6.หอมหั่นเต๋า   7.น้ำตาลทราย  8.น้ำส้มสายชู  9.เกลือป่น  10.พริกป่นนำไปผัดน้ำมันจนเหนียว 10.ขิง 11.น้ำมัน 12.ผงกะหรี่ วิธีการทำเครื่องเคียงของข้าวซอยมีดังนี้  ใส่น้ำส้มสายชู เกลือ และน้ำตาลทรายลงไป นำไปตั้งไฟให้ร้อน จากนั้นให้เตรียมผักกาดดองและหอมหั่นเป็นชิ้นเล็กเตรียมไว้ นำน้ำที่ปรุงเสร็จมาราดและแช่ไว้ 1 คืน ส่วนประกอบเครื่องแกง 1.พริกแห้งคั่ว  2.หอมแดงคั่ว  3.ขิงซอยคั่ว  4.เม็ดผักชีคั่ว  5.ขมิ้นคั่ว  6.ชะโกหรือกระวานดำ แกะเปลือกคั่ว วิธีทำน้ำแกง 1.โขลกขิงกับพริกแกงข้าวซอยให้เข้ากัน จากนั้นตั้งไฟกลาง ใส่น้ำมันนิดหน่อยรอให้ร้อน จึงใส่เครื่องแกงทั้งหมดไปผัดจนเริ่มหอม จากนั้นจึงใส่เนื้อน่องไก่ที่เตรียมไว้ลงไปผัดจนสุก แล้วจึงค่อยๆโรยผงกะหรี่ลงไปผัดคลุกเคล้าให้เข้ากัน 2.ค่อยๆใส่หัวกะทิลงไป แบ่งไว้ส่วนหนึ่งเพื่อโรยหน้า  ขั้นตอนนี้ให้ผัดไปเรื่อยๆสลับกับการใส่หัวกะทิลงไป จนไก่เข้ากันกับกะทิทั้งหมด 3.เคียวน้ำแกงต่อไปประมาณ…

Read more ข้าวซอยไก่ ก๋วยเตี๋ยวสไตล์ล้านนา

ขนมจีน น้ำเงี้ยว ของกิ๋นบ้านเฮา

   น้ำเงี้ยว แต่เดิมเป็นอาหารของชาวเงี้ยว หรือกลุ่มของชาวไทใหญ่ที่อาศัยอยู่ในรัฐฉานประเทศพม่า ดังนั้นทางล้านนาจึงได้รับวัฒนธรรมการกินของชาวเงี้ยวมาประยุตก์กับสไตล์ของตนเอง ขนมเงี้ยวน้ำเงี้ยวนิยมรับประทานคู่กับ ผักต่างๆเช่น ถั่วงอกสด ยอดกระถิน ต้นหอม ผักชี ผักกาดดอง แคบหมู เนื้อทอด และอีกหลายๆอย่าง สำหรับส่วนประกอบและวิธีการทำมีดังนี้ 1.ขนมจีน  2.เลือดหมูหั่นสี่เหลียมลูกเต๋า  3.หมูสับ  4.มะเขือเทศลูกเล็ก  5.ดอกงิ้ว  6.น้ำเปล่า  7.กระดูอ่อนหมู ส่วนผสมพริกแกง 1.พริกแห้ง  2.กะปิ  3.หอมแดงซอย  4.กระเทียมซอย  5.ข่าซอย  6.รากผักชีซอย  7.ถั่วเน่า (ทำจากถั่วเหลืองที่ผ่านการ ต้มสุก และปรุงรสชาติด้วยเกลือ พริกย่างป่นทิ้งไว้ 2-3 วันจนมีกลิ่นและมีสีที่เปลี่ยนไปจากเดิม และมีรสชาติเค็ม)  8.น้ำมันพืช  9.น้ำปลา วิธีการทำ 1.ต้มน้ำ ใส่กระดูกหมูอ่อนลงไปเคี่ยวใช้ไฟปานกลาง เพื่อให้ได้น้ำซุปต้มกระดูกที่หอม เคี่ยวประมาณครึ่งชั่วโมง และคอยช้อนฟองออกทิ้ง เพื่อให้น้ำซุปใสไม่ขุ่นเกินไป 2.คั่วดอกงิ้วในกะทะด้วยไฟอ่อน เมื่อหอมแล้วพักไว้ จากนั้นไปย่างถั่วเน่าให้พอหอม ทิ้งให้เย็น จากนั้นจึงเอามาโขลกละเอียด 3.โขลกส่วนผสมของพริกแกงทั้งหมด และนำเครื่องถั่วเน่าที่โขลกละเอียดมาผสมกับพริกแกง 4.ตั้งกะทะใส่น้ำมันเพียงเล็กน้อย…

Read more ขนมจีน น้ำเงี้ยว ของกิ๋นบ้านเฮา

แกงฮังเล หมูเนื้อนุ่มลาลายในปาก

  แกงฮังเลเป็นของกินลำๆ(อร่อยในภาษาเหนือ) ของชาวล้านนา รสชาติที่หอม มันกลมกล่อม เคี่ยวกับเนื้อหมูสามชั้นที่เปื่อยและแทบละลายไปในปาก ยิ่งรับประทานกับข้าวสวยร้อน เชื่อเลยว่าต้องมีขออีกจานแน่นอน แกงฮังเลมีประวัติมาอย่างช้านาน โดยเชื่อกันว่าที่ล้านนาได้รับอิทธิพลมาจากพม่า โดยเรียกกันว่า แกงฮินแล ส่วนประกอบและเครื่องปรุงมีดังนี้ 1.เนื้อหมู ใช้สามชั้น  2.ผงกะหรี่เล็กน้อย  3.ขิงสดอ่อนซอยบางๆ  4.กระเทียมปอกเปลือกเป็นกลีบ  5.สับปะรด  6.น้ำมะขามเปียก  7.ซีอิ๊วดำ  9.น้ำตาลทราย เครื่องแกงฮังเล 1.พริกแห้งแกะเม็ดด้วย  2.ข่าหั่นละเอียด  3.ตะไคร้ซอย  4.กระเทียมหั่นชิ้นเล็ก  5.หอมแดงหั่นชิ้นเล็ก  6.กะปิ  7.เกลือป่น วิธีการทำ 1.นำส่วนผสมของเครื่องแกงทั้งหมดไปโขลกรวมกันและพักไว้ 2.นำหมูสามชั้น หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ คลุกหมูกับซีอิ๊วดำให้เข้ากัน จากนั้นใส่เครื่องแกงฮังเลและสับปะรดลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากันอีกครั้ง หมักไว้ 1 ชั่วโมง เพื่อให้เครื่องปรุงทั้งหมดเข้าเนื้อ (สับปะรดทำให้เนื้อหมูนิ่ม) 3.นำหมูหมักใส่ลงหม้อแกง แล้วใส่น้ำเล็กน้อย ตั้งไฟปานกลางเพื่อรวนหมู ให้น้ำมันหมูออกมา คนให้เข้ากันผัดจนหมูเริ่มสุกแล้วจึงใส่น้ำให้ท่วม รอจนน้ำเดือด ปรับให้เป็นไฟอ่อน เคี่ยวหมูไปเรื่อยๆ อย่าให้หมูๆไหม้ติดหม้อ หมั่นเติมน้ำให้ท่วมหมู รอจนหมูนิ่ม แล้วใส่ขิงซอย กระเทียม…

Read more แกงฮังเล หมูเนื้อนุ่มลาลายในปาก